แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 17 แนวความคิด การดำเนินชีวิต แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ 17 แนวความคิด การดำเนินชีวิต แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2558

ลำดับของเนื้อคู่ที่จะมาเป็นคู่ครองกัน

ลำดับของเนื้อคู่ที่จะมาเป็นคู่ครองกัน ลำดับของเนื้อคู่ที่จะมาเป็นคู่ครองกัน ก่อนอื่น เรามาทำเข้าใจกันก่อนว่า คู่ครอง นั้นหมายถึง เนื้อคู่ที่ในชาตินี้ได้มาอยู่ร่วมกันอีกตามแรงปรารถนาที่มีต่อกัน และมีกามราคะเข้ามาเกี่ยวข้อง ถึงจะมาครองคู่กันได้ แม้ว่าจะเป็นเนื้อคู่ลำดับที่เท่าไรก็ตาม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกรรมจัดสรร หลายคนคงงงๆ ว่าหมายถึงอะไร เนื้อคู่นั้นมีลำดับด้วยหรือ จะขออนุญาตมาอธิบายให้ทุกท่านฟังครับ อย่างที่บอกมาแล้วว่า เนื้อคู่ของเราทุกคนนั้นมีมากมายเหลือคณานับ และมีกรรมเป็นผู้จัดลำดับไว้อย่างเที่งธรรมมาก ถ้าคนที่เราได้มาเป็นคู่ครองของเราในชาตินี้นั้นเป็นเนื้อคู่อยู่ในลำดับต้นๆ ก็น่าจะเป็นการดีอย่างยิ่ง เพราะจะมีความสุขมาก แต่ถ้าไม่ใช่แล้วจะเป็นอย่างไร สมมติว่ามีผู้ชายคนหนึ่ง เกิดมาในชาติแรกเป็นคนในสมัยอยุธยาตอนต้น ในชาตินี้ก็ชอบพอผู้หญิงอยู่คนหนึ่ง ตบแต่งเป็นผัวเมียกัน ต่อมาอยู่กันสัก ๑๐ ปี เมียคนนี้ก็ตายจากไป แต่ในระหว่างมีชีวิตอยู่ก็ได้ทำบุญกุศลร่วมกันมาตลอด และตั้งสัจจอธิษฐานว่า ชาติหน้าฉันใดก็ขอเกิดมาเป็นสามีภรรยากันอีก อันนี้จบเรื่องเมียคนแรกไปแล้วนะ หลังจากนั้นชายคนนี้ก็มีเมียใหม่อีก ๓ คนในเวลาต่อมา มีทีละคนนะ ไม่ใช่มีทีเดียว ๓ คน และก็ไม่รู้เป็นอะไรเมียก็ต้องมาตายจากไปหมด ทุกคนตอนที่อยู่เป็นคู่ครองกันก็เหมือนคนแรก คือ ได้ไปวัดไปวา แจกทาน สร้างโบสถ์ สร้างวิหารร่วมกันแล้วก็อธิษฐานเหมือนๆ กันว่า จะกี่ชาติก็จะขอตามมาเป็นเมียอีก สรุปแล้วชายคนนี้มีเมียทั้งหมด ๔ คน มี ๔ แรงแห่งการปรารถนา และแรงอธิษฐาน ภพชาติต่อมา ผู้ชายคนนี้ก็กลับมาเกิดใหม่ หลังจากไปเสวยสุขในผลบุญและชดใช้กรรมที่ทำมาทั้งหมดแล้ว บุญยังมีมากพอก็ถูกส่งมาเกิดใหม่เป็นคนอีกครั้งในสมัยอยุธยาตอนปลาย ส่วนเมียคนแรกนั้น เป็นเนื้อคู่และคู่ครองคนแรก ใช่ไหม เขาถือคิวเบอร์หนึ่งเป็นเนื้อคู่ลำดับแรกอยู่ เขาก็ต้องได้รับคิวตามที่เขาอธิษฐานเอาไว้ถ้าเขามีบุญร่วมกันพอนะ เขาได้เป็นเบอร์หนึ่งชัวร์ๆ เขาก็มาเกิดอีกเหมือนกัน เมียคนที่ ๒ คนที่ ๓ คนที่ ๔ เขาก็มาเกิดใหม่เหมือนกัน แต่เพราะวิบากกรรมที่เคยทำไว้ในชาติก่อน เอาเป็นว่าคนที่ ๒ ได้เกิดมาเป็นผู้ชาย แต่คนที่ ๓ และ ๔ ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง ถึงตอนนี้พอจะมองออกไหมครับว่า คิวที่สอง หรือเมียคนที่สองเดิมนั้น ชาติต่อมาเขาได้เป็นผู้ชาย คิวเดิมอันดับสองที่เขาถือจึงยังใช้ไม่ได้ในชาตินี้ ก็กลับไปถือคิวจ่อคั่วไว้ในชาติต่อไปซึ่งก็ยังไม่รู้ชาติไหน เพราะต้องชดใช้กรรมให้หมดเสียก่อน ทั้งของเดิม และอาจจะไปสร้างกรรมใหม่ที่ส่งผลเร็วขึ้นมาอีก ส่วนคนที่ ๓ และคนที่ ๔ ตอนนี้อันดับมันสลับกันไปแล้ว และในชาตินี้เมียคนแรกเขาก็ยังไม่หมดอายุขัย แต่ตัวเมียคนที่ ๓ และคนที่ ๔ ดันไปเจอกับวิบากกรรมเข้าไปอีก ชาตินี้ก็ยังไม่มีโอกาสได้มาเป็นคู่ครองกับผัวคนเดิมอีก ไม่หน้ำซ้ำก็ไปสร้างกรรมใหม่ร่วมกับผู้ชายคนอื่นในระหว่างรอคิว คือ ได้ผัวคนใหม่เข้าไปอีก ตอนนี้คิวหรืออันดับเนื้อคู่ มันเริ่มมั่วแล้ว เพราะมีคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย แต่ไม่ต้องเป็นห่วง กรรมนั้นได้จัดสรรไว้แล้ว ว่าเมื่อถึงคิว ถึงวาระก็ต้องได้กลับมาครองคู่กันอีก ซึ่งจะอีกกี่ชาตินั้น บอกตามตรงว่าตอบไม่ได้ ผมไม่มีความสามารถปานนั้น แต่ที่อธิบายได้เพราะมาจากที่ครูบาอาจารย์ท่านได้เคยสอนสั่งไว้ นี่แค่ยกตัวอย่าง เพียงภพชาติใกล้ๆ กัน เกี่ยวพันแค่สองชาติก็ลำดับเนื้อคู่ก็สลับกันแล้วเพราะกรรมลิขิต แต่ถ้าเอาสักแสนชาติที่ได้เกิดมาเป็นคนก็พอ ก็จะเห็นว่าเรียงลำดับกันนับกันไม่ถ้วนแน่ เพราะกรรมมันทับถมกันจนคนนั้นไม่มีวันจะเรียงลำดับได้หรอก และสมมติอีกว่า ถ้าไม่ได้เกิดเป็นคนละ ลำดับเนื้อคู่ก็ยิ่งเลื่อนไปกันใหญ่จริงไหม และมันก็ เป็นเช่นนั้นจริงๆ เพราะเรื่องของกฎแห่งกรรมนั้นเป็นเรื่องจริง เมื่อคนเราหลังจากที่ตายไปแล้ว ในทางพระพุทธศาสนานั้น ท่านกล่าวไว้ว่าต้องไปเกิดทันที ส่วนจะเกิดเป็นอะไรนั้นขึ้นอยู่กับกรรมทั้งฝ่ายดีและฝ่ายไม่ดีที่กระทำมา และการเกิดของสัตว์นั้นในพระพุทธศาสนานั้น กล่าวไว้มีอยู่ ๔ ประเภทคือ.. ๑. ไปเกิดในครรภ์แล้วคลอดออกมา ๒. ไปเกิดในไข่แล้วฟักออกมา ๓. ไปเกิดในเถ้าไคล (น้ำสกปรก ของเน่าเสีย) ๔. ไปเกิดเป็นโอปปาติกะ (พวกกายทิพย์ทั้งหลาย) เมื่อเรารู้แล้วว่า เมื่อตายลงไปต้องไปเกิดและในประเภทแรกนั้น นอกจากเป็นคนแล้วยัง มีสัตว์อีกหลายประเภท ในเรื่องนี้สมมติแค่ว่าเรามีบุญแล้วได้เกิดเป็นคน แต่เชื่อไหมว่าแม้ถึงจะได้เกิดเป็นคนแล้ว ก็ยังไม่รู้อีกว่าจะโตทัน มีอายุไปถึงที่จะได้มีคู่ครองอีกหรือไม่ เพราะในบางคนเสียชีวิตตั้งแต่อยู่ในครรภ์ไม่มีโอกาสได้เกิด ก็ต้องถูกทำแท้งเสียก่อน บางคนเกิดมา ๗ วันก็ตาย ๑๕ วันก็ตาย บางคนอายุยังไม่ถึง ๑๕ ปี ก็ตายซึ่งมีมากมาย ยิ่งในสมัยปัจจุบัน ตายกันอายุยังน้อยทั้งสิ้น บางคนประสบอุบัติเหตุตาย บางคนป่วยตาย บางคนชดใช้ กรรมหมดแล้วก็ตาย บางคนผลบุญหมดก็ตาย พอตาย ก็ต้องไปเกิดใหม่ทันที เลยไม่ทันที่จะมีโอกาสมาเจอเนื้อคู่ของตัวเอง ประเภทพวกบุญน้อยหรือบุญมีแต่วิบากกรรมมันบัง เคยมีครูบาอาจารย์ที่มีอภิญญาจิตเล่าให้ฟังว่า คนที่เคยทำแท้งนั้น เมื่อตายไปแล้วต้องไปชดใช้กรรมหนักมากอยู่ในนรกนานแสนนาน ขึ้นจากนรกมาก็ต้องวนเวียนเกิดเป็นสัตว์ให้เขาฆ่าอีก ๕๐๐ ชาติ เพราะกรรมที่เกิดจากการฆ่าคนนั้นหนักสุดๆ มันเป็นกรรมที่ต้องส่งผลเร็ว ถึงจะมีการอโหสิกรรมแล้วก็ยังต้องได้รับเศษเวรเศษกรรมอีก บางคนต้องเกิดมาเป็นเด็กในท้องแม่เพียงไม่กี่วัน ไม่กี่เดือนก็ต้องถูกแม่ ซึ่งเป็นเจ้ากรรมนายเวรเก่าฆ่าให้ตายหรือทำแท้งให้ตาย เหมือนกับที่ตัวเองเคยทำไว้ สร้างกรรมกันไม่รู้จบสิ้น และยิ่งในกรณีคนที่ฆ่าตัวเองตายด้วย เป็นการตายที่เร็วกว่าอายุขัยจริง ก็ต้องเป็นวิญญาณเฝ้าอยู่ตรงนั้น ตรงที่ตัวเองตาย จนกว่าจะหมดอายุขัยของตัวเองจริง เช่น มีอยู่รายหนึ่งฆ่าตัวตายเพราะโกรธเมียและก็เมามากด้วย จึงยิงตัวตายแบบประชดเมีย อายุจริงๆ ที่ต้องสิ้นลมจากโลกนี้ไปนั้นถูกกำหนดไว้ที่ประมาณ ๘๐ ปี แต่ถูกกรรมตัดรอนฆ่าตัวตายเมื่อตอนอายุเพียง ๔๐ ปี เมื่อตายไปแล้วไปไหนไม่ได้ จึงต้องเฝ้าโยงอยู่ตรงนั้นอีก ๔๐ ปีที่เหลือ ต่อจากนั้นก็ต้องไปลงนรกชดใช้กรรมที่ทำมา เรื่องของเนื้อคู่นั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงกันอีก กว่าตัวเองจะชดใช้กรรมหมด เนื้อคู่ของตนก็หมุนเวียนเปลี่ยนไป สลับอันดับกันไปไม่รู้ต่อกี่ชาติภพแล้ว มีความเชื่อกันว่า เนื้อคู่ในลำดับต้น ตั้งแต่ระดับที่ ๑ - ๕ นั้น ถ้าได้มาอยู่ด้วยกันอีกนั้น จะทำให้คนคู่นั้นมีความสุขมากกว่าความทุกข์ เป็นสุดยอดปรารถนาของคนทุกคน ขอฝากไว้สำหรับทุกๆ ท่านนะครับ ถ้าในเวลานี้มีโอกาสได้เจอเนื้อคู่ในลำดับต้นๆ แล้ว และสามารถอยู่ร่วมกันเป็นคู่ครองได้ในชาติภพนี้ ก็อยากจะแนะนำด้วยความปรารถนาดีว่า ในช่วงเวลาในชีวิตปัจจุบัน ก็ควรที่จะช่วยดูแลเกื้อกูลกันและกัน เรื่องต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตมันคือ วิบากกรรม มีการกระทบกระทั่งกัน หนักนิดเบาหน่อยก็ควรจะให้อภัยซึ่งกันและกัน หมั่นชวนกันไปทำบุญ ไปในทางที่ดี ชวนกันรักษาศีลให้มั่นคง อย่าไปออกนอกลู่นอกทาง ในชาติหน้าถ้าอยากจะได้มาเจอเป็นคู่ครองกันอีก ก็พยายามยับยั้งชั่งใจ อย่าไปทำกรรมไม่ดีขึ้นมา รักษาเนื้อรักษาตัวกันดีๆ เร่งสร้างบุญกุศลร่วมกัน และบุญเฉพาะตัว ก็อาจจะนำพามาพบกันอีกในทุกชาติภพได้ เพราะแรงของบุญเป็นผู้นำพามาให้เจอกันนั่นเองครับ "ขอให้ท่านทั้งหลายที่สนใจใฝ่ธรรม จงประสบแต่ความสุข ความเจริญ ทั้งในทางโลกและในทางธรรม โรคภัยไข้เจ็บไม่มาเบียดเบียน บุญรักษา ธรรมรักษา วาสนาดี มีลูกหลานกตัญญู ทุกคน ทุกท่านเทอญ...สาธุ สาธุ สาธุ" @......กรน์ษิวภัทธ์......@

วันเสาร์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2558

ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด

ความสุขเกิดขึ้นเมื่อใด ความสุข เกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง  ความสุข ไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางที่ไปถึง  คุณบอกกับตัวเองว่า เมื่อได้แต่งงาน และมีลูก ชีวิตของคุณก็จะดีขึ้น แต่เมื่อคุณมีลูก และลูกของคุณยังเล็กอยู่ คุณก็เกิดความรู้สึกว่า เมื่อเขาโตขึ้น เราคงมีความสุขและสบายขึ้น  แต่เมื่อลูกโตมากขึ้น จนย่างเข้าสู่วัยรุ่น คุณกลับรู้สึกไม่ได้ดั่งใจอีกครั้ง  และเมื่อลูกๆ ผ่านพ้นช่วงวัยรุ่นไปได้  คุณคิดว่า คุณจะมีความสุขมากขึ้น  แต่คุณกลับบอกกับตัวเองอีกว่า จะรอให้ลูกๆ จัดการกับตัวของเค้าเอง ให้เรียบร้อยดีเสียก่อน ก็น่าจะดีขึ้น บางครั้ง คุณคิดว่า ถ้าคุณมีบ้าน มีรถ มีวันหยุดพักร้อนนานๆ และเมื่อถึงวันเกษียณอายุการทำงาน ชีวิตของคุณ น่าจะมีความสุขมากที่สุด  แต่เมื่อเกษียนแล้วก็จริง แต่ทำไมถึงยังไม่มีความสุขสักที ความสุขของชีวิตอยู่ที่ไหนกันหนอ? แท้จริงแล้ว ความสุขของชีวิต อยู่ ณ ช่วงเวลาขณะนี้ ช่วงเวลาปัจจุบันนี้ต่างหาก ไม่ต้องรอ ให้ความสุขมาหาเราในอนาคต  เราควรมีความสุข และพึงพอใจกับความสุขอยู่ในปัจจุบัน  ชีวิตของมนุษย์ทุกคน ต้องมีสิ่งท้าทายเข้ามาอยู่ตลอดเวลา ทั้งอุปสรรคต่างๆ หรือบททดสอบชีวิต อันยากเข็ญ แต่ในที่สุด เราก็จะต้องก้าวผ่านไป อุปสรรคกับชีวิต เป็นของคู่กัน  ดังนั้น เป็นหน้าที่ของเรา ที่ต้องหาความสุขและความพึงพอใจจากการเดินทางบนถนนแห่งชีวิตนี้ ซึ่งจะทำให้ชีวิตมีความสุขมากกว่า ที่จะรอให้ถึงจุดหมายปลายทางก่อน แล้วถึงจะมีความสุขได้  เริ่มหยุดพูดกับตัวเองเสียทีว่า... ถ้าฉันลดน้ำหนักได้สัก 5 กิโล ฉันถึงจะมีความสุข  ถ้าฉันได้แต่งงาน ฉันถึงจะมีความสุข  ถ้าผมได้ซื้อบ้าน ผมถึงจะมีความสุข  ถ้าผมได้เกิดเป็นลูกคนรวย ผมถึงจะมีความสุข  ถ้าคุณหยุดพูดถึงสิ่งเหล่านี้ได้ ชีวิตของคุณก็จะมีความสุข  และคุณจะรู้สึกพึงพอใจกับชีวิต ตอบคำถาม ต่อไปนี้  1. บอกชื่อคน 3 คน ที่รวยที่สุดในโลก 2. บอกชื่อนางงามจักรวาล 3 คนล่าสุด 3. บอกชื่อ ผู้ที่ได้รับรางวัลโนเบล 3 คนล่าสุด  4. บอกชื่อนักแสดงนำชาย 3 คนล่าสุด ที่ได้รับรางวัลออสการ์  นึกไม่ออกใช่ไหม? ไม่ใช่เรื่องแปลกเลย  ไม่มีใครหรอก ที่จะจดจำคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด คนที่ได้รับการยกย่อง สรรเสริญ ก็ล้วนล้มหายตายจากไปตามกาลเวลา  รางวัลต่างๆ เมื่อวางไว้นาน ก็จะถูกฝุ่นจับ แม้แต่ผู้ชนะ ก็จะถูกลืมในไม่ช้า  ตอบคำถาม ต่อไปนี้  1. บอกชื่ออาจารย์ 3 ท่าน ที่เคยช่วยเหลือคุณ ในเรื่องการเรียน  2. บอกชื่อเพื่อน 3 คนที่ช่วยเหลือคุณ ในยามที่คุณต้องการ  3. นึกถึงคน 3 คนที่ทำให้คุณรู้สึกว่า คุณได้เป็นคนพิเศษของเขาเหล่านั้น  4. บอกชื่อคน 3 คนที่คุณอยากใช้เวลาดีๆ ด้วย  นึกออกง่ายกว่าใช่ไหม? นั่นเป็นเพราะว่า คนที่มีความหมายต่อชีวิตคุณ ไม่ได้เป็นคนที่ต้องเป็นคนเก่งที่สุด หรือ สวย หล่อที่สุด ไม่ได้มีเงินมากที่สุด ไม่ต้องได้รับรางวัลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เพราะยังมีคนใกล้ตัวคุณ อีกหลายคน ที่ห่วงใยคุณ คอยให้การดูแลคุณ และเวลาที่มีอะไรเกิดขึ้น ก็จะคอยอยู่เคียงข้างคุณ คอยปลอบโยนคุณ คอยให้กำลังใจคุณ ไม่มีช่วงเวลาไหน ที่จะมีความสุข  มากกว่าช่วงเวลา ณ ปัจจุบันนี้  จงใช้ชีวิตให้มีความสุขกับช่วงเวลาปัจจุบัน... สูตรเกี่ยวกับบุคลิกของตัวเอง ที่ควรไปจะคู่กับสูตรสุขภาพ มีอย่างนี้ ๑. อย่าเปรียบเทียบ ชีวิตของตัวเองกับคนอื่น คุณไม่รู้หรอกว่าคนที่คุณอิจฉานั้น เขามีความทุกข์ยิ่งกว่าคุณอย่างไรบ้าง  ๒. อย่าคิดทางลบ เกี่ยวกับเรื่องที่คุณควบคุม หรือกำหนดไม่ได้ แทนที่จะมองโลกในแง่ร้าย, ก็ทุ่มเทกำลัง และพลังงานให้กับความคิดทางบวก ณ ปัจจุบันเสีย  ๓. อย่าทำอะไรๆ เกินกว่าที่ตัวเองจะทำได้...รู้ว่าขีดจำกัดของตัวเองอยู่ที่ไหน  ๔. อย่าเอาจริงเอาจัง กับตัวเองนัก เพราะคนอื่นเขา ไม่ได้ซีเรียสกับคุณเท่าไหร่หรอก  ๕. อย่าเสียเวลา และ พลังงานอันมีค่าของคุณ กับเรื่องหยุมหยิม หรือเรื่องซุบซิบ...นินทา...นอกเสียจากว่ามันจะทำให้คุณผ่อนคลายได้อย่างจริงจัง  ๖. จงฝันตอนตื่น มากกว่าตอนหลับ ๗. ความรู้สึกอิจฉาริษยา เป็นเรื่องเสียเวลาเปล่าๆ ปลี้ๆ...เมื่อคิดให้ดีก็จะรู้ว่า คุณมีทุกอย่างที่คุณจำเป็นต้องมีแล้ว  ๘. ลืมเรื่องขัดแย้งในอดีตเสีย และอย่าได้เตือนสามีหรือภรรยาคุณ เกี่ยวกับความผิดพลาดในอดีตของอีกฝ่ายหนึ่งเลย เพราะมันจะทำลายความสุขปัจจุบันของคุณ  ๙. ชีวิตนี้ สั้นเกินกว่าที่เราจะไปโกรธเกลียดใครๆ...จงอย่าเกลียดคนอื่น  ๑๐.ประกาศสงบศึกกับอดีตให้สิ้น จะได้ไม่ทำลายความสุขในปัจจุบันของคุณ  ๑๑. ไม่มีใครกำหนดความสุขของคุณได้ นอกจากคุณเอง  ๑๒. จงเข้าใจเสียว่า ชีวิตก็คือโรงเรียน คุณมาเพื่อ เรียนรู้ และ ปัญหาเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ของหลักสูตรซึ่งเมื่อมาแล้วก็หายไป...เหมือนโจทย์วิชาพีชคณิต...แต่สิ่งที่คุณเรียนรู้นั้นอยู่กับคุณตลอดชีวิต  ๑๓. จงยิ้มและหัวเราะมากขึ้น  ๑๔. คุณไม่จำเป็นต้องชนะทุกครั้ง ที่ถกเถียงกับคนอื่นหรอก...บางครั้งก็ยอมรับว่าเราเห็นแตกต่างกันได้...เห็นพ้องที่จะเห็นต่างก็ไม่เห็นเสียหายแต่อย่างไร แล้วเราควรจะมีทัศนคติอย่างไรต่อชุมชนและคนรอบข้าง เราล่ะ ? ๑. อย่าลืมโทรฯหาครอบครัวบ่อยๆ  ๒. จงหาอะไรดีๆ ให้คนอื่นทุกวัน  ๓. จงให้อภัยทุกคน สำหรับทุกอย่าง  ๔. จงหาเวลาอยู่กับคนอายุเกิน 70 และต่ำกว่า 6ขวบ  ๕. พยายามทำให้อย่างน้อย 3 คนยิ้มได้ทุกวัน ๖. คนอื่นเขาคิดอย่างไรกับคุณ ไม่ใช่เรื่องของคุณสักหน่อย  ๗. งานของคุณ ไม่ดูแลคุณตอนคุณป่วยหรอก แต่ครอบครัวและเพื่อนคุณต่างหากเล่าที่จะดูแลคุณ ในยามคุณมีปัญหาสุขภาพ  ดังนั้น...อย่าได้ห่างเหินกับคนใกล้ชิดเป็นอันขาด และถ้าหากสามารถดำรงชีวิตให้มีความหมายได้ ก็ควรจะทำดังต่อไปนี้  ๑. จงทำ และทำในสิ่งที่ควรทำให้มีความสุข  ๒. อะไรที่ ไม่เป็นประโยชน์, ไม่สวย, ไม่งาม, ไม่น่ารื่นรมย์, จงทิ้ง ไปเสีย...เก็บไว้ทำไม?  ๓. เวลา ย่อมรักษาแผลทุกอย่างได้  ๔. ไม่ว่าสถานการณ์จะดี หรือเลวปานใด,เดี๋ยวมันก็จะเปลี่ยน  ๕. ไม่ว่าคุณจะรู้สึก อย่างไร ในตอนเช้าของทุกวัน, จงลุกจากเตียง, แต่งตัว และปรากฎตัวต่อหน้าคนที่เราร่วมงาน ด้วยความรู้สึกที่ดี get up, dress up and show up.  ๖. คิดเสมอว่าสิ่งที่ดี ที่สุดยังมาไม่ถึง รอต่อไป ๗. ถ้าคุณยังลุกขึ้นตอนเช้าได้ อย่าลืมขอบคุณสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุณนับถือเสียด้วย ที่ทำให้คุณ อยู่มาได้ถึงในวันรุ่งขึ้น  ๘. เชื่อเถอะว่าส่วนลึกๆ ในใจของคุณนั้นมีความสุขเสมอ...ดังนั้นส่วนนอกของคุณทุกข์โศกไปทำไมเล่า  และสุดท้ายที่สำคัญที่สุด "ส่งบทความนี้ต่อให้คนที่คุณรักและห่วงด้วย" Cr : คุณอนุรุธ ประธานมูลนิธิว่องวานิช